อยากได้คาร์บอนเครดิต ต้องทำอย่างไร?
.
คาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้จากการดำเนินโครงการ T-VER ซึ่งเป็นกลไกที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคอุตสาหกรรมที่มีกิจกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การจัดการของเสีย หรือกิจกรรมการเกษตรและการปลูกป่า โดยคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER มีหน่วยเป็น “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq)”
.
ปัจจุบันมีโครงการ T-VER ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 355 โครงการ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ จำนวน 11,343,166 tCO2eq ต่อปี และในจำนวนนี้ มี 150 โครงการที่ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตแล้ว มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้ จำนวน 16,092,167 tCO2eq ทั้งคาร์บอนเครดิตมีการซื้อขายกันไปแล้ว มีมูลค่าโดยรวมกว่า 217 ล้านบาท
.
คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการ T-VER จะต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลคาร์บอนเครดิต โดยมี 2 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ 1. ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER และ 2. ขั้นตอนการรับรองคาร์บอนเครดิต โดยผู้พัฒนาโครงการจะต้องจัดทำเอกสารประกอบการพิจารณาโครงการ T-VER เพื่อยื่นเอกสารมายัง อบก. เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับรองคาร์บอนเครดิต ซึ่งโครงการที่จะขอรับรองคาร์บอนเครดิตจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นโครงการ T-VER ก่อน ถึงจะขอรับรองเครดิตได้ และโครงการต้องผ่านการตรวจสอบความใช้ได้ใน และทวนสอบเอกสารโครงการจากผู้ประเมินภายนอกทุกครั้งก่อนที่จะยื่นเอกสารมายัง อบก. เพื่อความถูกต้องของเอกสารและความน่าเชื่อถือของคาร์บอนเครดิต
.
โดยมีผู้พัฒนาโครงการเป็นผู้จัดทำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารข้อเสนอโครงการ (Project Design Document: PDD) เอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนโครงการอื่นๆ การเปิดบัญชี T-VER Credit และเอกสารประกอบการขอรับรองคาร์บอนเครดิต เป็นต้น และมีเจ้าของโครงการเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในคาร์บอนเครดิต ซึ่งผู้พัฒนาโครงการและเจ้าของโครงการอาจเป็นรายเดียวกันได้ (สามารถทำสัญญาตกลงกรรมสิทธิ์ในคาร์บอนเครดิตกับผู้พัฒนาโครงการได้ กรณีผู้พัฒนาโครงการกับเจ้าของโครงการเป็นคนละรายกัน)
.
คาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER สามารถนำไปซื้อ-ขายหรือแลกเปลี่ยนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น นำปริมาณคาร์บอนเครดิตไปใช้ในการรายงานผลการดำเนินงานขององค์กรในรายงานด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น รายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน รายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร รายงาน One-report เป็นต้น และนำไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์กร บุคคล งานบริการ หรือจากการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ
.
ทั้งนี้ก่อนดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาเป็นโครงการ T-VER ผู้พัฒนาโครงการควรศึกษารายละเอียดระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจก ข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโครงการที่ อบก. กำหนดและประเมินความเสี่ยงให้ดีก่อนการลงทุน
.
ข้อมูลเพิ่มเติม: ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและการรับรองคาร์บอนเครดิตของโครงการ T-VER
ghgreduction.tgo.or.th
https://ghgreduction.tgo.or.th/.../tver-registration.html