มลพิษที่เกิดจากเตาเผาศพ เกิดขึ้นจาก
(1) การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ได้แก่ ฝุ่นละออง/เขม่าควันกลิ่นเหม็น SO2 CO และ NO2
(2) การเผาไหม้วัสดุตกแต่งโลงศพ เช่น พวงหรีด พลาสติก สีทาโลง ซึ่งจะก่อให้เกิดโลหะหนัก เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท และสารไดออกซินและฟิวแรน
ซึ่งผู้ควบคุมเตาเผาศพหรือสัปเหร่อ สามารถลดมลพิษจากเตาเผาศพได้เบื้องต้น โดยการปฏิบัติดังนี้
- ใช้เตาเผาศพชนิด 2 ห้องเผา (ห้องเผาศพ, ห้องเผาควัน)
- คัดแยกวัสดุที่ไม่ควรเผาออก ได้แก่ พวงหรีด โฟม พลาสติก วัสดุตกแต่งโลงศพต่างๆ
- อุ่นห้องเผาควัน (ห้องเผาสุดท้าย) ก่อนติดไฟห้องเผาศพ และควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส
- ควบคุมอุณหภูมิในห้องเผาศพ (ห้องเผาแรก) ไม่ให้ต่ำกว่า 800 องศาเซลเซียส
- ตรวจสอบว่าเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์หรือไม่ โดยสังเกตเขม่าควันที่ปลายปล่อง
- หลังจากเผาศพเรียบร้อยแล้ว ให้ทำความสะอาดเตาเผาและกวาดเถ้าออกให้หมด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด แว่นตา รองเท้า ผ้าปิดจมูก ถุงมือ ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน
ทั้งนี้ เตาเผาศพที่สร้างขึ้นในเขตกรุงเทพฯ เมืองพัทยา เทศบาลนคร และเทศบาลเมือง ถูกกำหนดเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควัน (Opacity) จากปล่องเตาเผาศพ ต้องมีค่าไม่เกินร้อยละ 10 เมื่อตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์ ซึ่งเขม่าควันที่ระบายจากปล่องสามารถสังเกตและมองเห็นได้อย่างชัดเจน สามารถใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเตาเผาศพได้เป็นอย่างดี
